บทที่ 4 ไม่พอ
อรวรรณทรุดตัวลงกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ เฉกเช่นเดียวกับเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนไม่มีผิด
สายตาของ 'ภาณุ' ที่ทอดมองลงมานั้น เต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ราวกับกำลังมองขยะสดกองหนึ่ง มันกดทับจนเธอแทบไม่กล้าเงยหน้าสู้
สายตาคู่นี้... ในช่วงแรกที่ต้องเข้าไปชดใช้กรรมในเรือนจำ เธอฝันเห็นมันแทบทุกคืน จนต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความหวาดผวา
เธอเคยคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไป รอยแผลในใจคงจะจางหาย
แต่เปล่าเลย ทุกครั้งที่ต้องเผชิญกับการทารุณกรรมอันโหดร้ายในคุก ความทรงจำเหล่านั้นกลับยิ่งแจ่มชัดขึ้น
ความหวาดกลัวที่มีต่อภาณุ มันฝังรากลึกไปถึงกระดูกดำ!
บัดนี้ เมื่อต้องกลับมาตกอยู่ในสถานการณ์เดิมซ้ำรอยเมื่อสามปีก่อน อรวรรณรู้สึกราวกับว่าตัวเองถูกกระชากกลับเข้าไปในนรกขุมเดิม สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นเพียงฝันร้ายตื่นหนึ่งเท่านั้น
อีกเพียงอึดใจเดียว ภาณุก็คงจะเอ่ยคำพิพากษาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก แล้วเธอก็จะสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย เพื่อกลับไปเผชิญกับความเจ็บปวดในโลกแห่งความจริงต่อไป
แค่คิดถึงความเป็นไปได้นั้น ความกลัวก็เกาะกุมจิตใจจนนิ้วมือของเธอกระตุกเกร็งอย่างควบคุมไม่ได้
เสียงหัวเราะและคำวิจารณ์ของกลุ่มไฮโซหนุ่มๆ ดังแว่วเข้ามา
"สมกับเป็น 'ท่านผู้พิพากษา' จริงๆ บารมีแรงจนเด็กเสิร์ฟในที่อโคจรแบบนี้เห็นแล้วยังหัวหด ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามอง"
"นั่นสิ เมื่อกี้ยังทำท่าหยิ่งยโสอยู่เลย ตอนนี้หมอบราบเป็นหมาจนตรอกไปซะแล้ว หมดสนุกเลยว่ะ"
ใครคนหนึ่งเดินเข้ามาเตะเข้าที่ลำตัวของเธอ อรวรรณที่ไม่ทันระวังตัวจึงล้มกลิ้งไปกองอยู่ที่แทบเท้าของภาณุ
"ลุกขึ้น! จะแกล้งตายหรือไง? เจ๊เจ้าของร้านสอนมาแบบนี้เหรอ? เอาใจแขกไม่เป็น แถมยังทำให้แขกหมดอารมณ์อีก"
"คุณภาณุอุตส่าห์เข้ามาดีๆ พอเห็นหน้าเธอเข้าหน่อยก็อารมณ์เสียเลย ยังไม่รีบกราบขอโทษอีก!"
เสียงตวาดสั่งการดังขึ้นเหนือหัว ตามมาด้วยเสียงโห่ฮาของบรรดาเพื่อนฝูงที่ผสมโรงกันอย่างสนุกสนาน
ภายในห้องวีไอพีอันหรูหรากลับกลายเป็นความโกลาหล
ทว่าสายตาคู่คมที่จ้องมองลงมานั้นกลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ มีเพียงความเย็นชาและความขยะแขยงที่ฉายชัด
อรวรรณดึงสติกลับมาจากภวังค์ฝันร้ายได้ในที่สุด
เธอพ้นโทษออกมาแล้ว... ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้คือความจริง
ภาณุยังคงเกลียดเธอ... นี่ก็คือความจริงเช่นกัน
เมื่อสามปีก่อน เพราะความดื้อรั้นไม่ยอมรับผิด ทำให้เธอต้องลงเอยในคุกตาราง
ครั้งนี้ เธอจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก
เธอยังมีภาระหน้าที่สำคัญที่ต้องทำ
เธอต้องมีชีวิตรอด ต้องทำงานหาเงิน และตามหาครอบครัวให้เจอ
อรวรรณสูดลมหายใจเข้าลึก ข่มความหวาดกลัวที่สั่นไหวอยู่ในอก แล้วค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นจากพื้น เปลี่ยนเป็นท่านั่งคุกเข่าต่อหน้าภาณุ
"ขอโทษค่ะคุณภาณุ... ดิฉันสำนึกผิดแล้ว ได้โปรดให้อภัยดิฉันด้วยค่ะ"
สิ่งที่ตอบกลับมาคือความเงียบงันที่ยาวนานจนน่าอึดอัด
ปลายนิ้วของอรวรรณสั่นระริก เธอรีบก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิมจนหน้าผากแทบจรดพื้น
"คุณภาณุ... ได้โปรดเถอะค่ะ..."
เธอไม่เคยเอ่ยปากขอร้องเขาเลยสักครั้ง แม้แต่ในเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน
ภายใต้แสงไฟสลัว นัยน์ตาของภาณุยิ่งดูมืดมิดยากหยั่งถึง เขามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกแปลกแยก
ชุดเมดราคาถูกที่ดูวาบหวิวไม่อาจปกปิดร่างกายที่ผอมโซจนหนังหุ้มกระดูก ข้อมือที่โผล่พ้นแขนเสื้อออกมานั้นดูเปราะบางราวกับจะหักคามือได้ง่ายๆ
ศีรษะที่เคยเชิดสูงด้วยความทระนงในความทรงจำ บัดนี้กลับก้มต่ำอย่างยอมจำนน แผ่นหลังที่โค้งงอนั้นสั่นเทาเล็กน้อย
ท่าทางพินอบพิเทาอย่างน่าสมเพชนี้ กลับจุดไฟโทสะในใจเขาให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
"ขอร้องเหรอ? นี่คือกิริยาของคนที่ขอร้องงั้นรึ?"
นิ้วเรียวยาวของภาณุคว้าแก้ววิสกี้ชั้นดีขึ้นมาจากโต๊ะ เขาหลุบตาลงจิบน้ำสีอำพัน แก้วเหล้าในมือบดบังสายตา ทำให้ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ได้
เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาตามไรผมของอรวรรณ
เธอรู้อยู่แล้วว่าภาณุคงไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ
แต่ในสภาพนี้ เธอจะทำอะไรได้อีก?
เธอไม่เหลืออะไรแล้ว ภาณุต้องการให้เธอทำอย่างไรถึงจะพอใจ?
เสียงรินเหล้าดังซู่ซ่าข้างหู
ทันใดนั้น แก้วที่บรรจุเหล้าดีกรีแรงจนปริ่มขอบก็ถูกยื่นมาตรงหน้า
อรวรรณเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าเป็น 'ลลิตา' เด็กนั่งดริงก์รุ่นพี่ในร้านนั่นเอง
"พวกพี่ๆ อย่าเพิ่งอารมณ์เสียเลยนะคะ น้องคนนี้เพิ่งมาใหม่ ยังไม่ค่อยรู้งาน เดี๋ยวลลิตาจะสอนให้น้องขอขมาอย่างงามๆ เองค่ะ"
พูดจบ ลลิตาก็ยัดแก้วเหล้าใส่มืออรวรรณ พร้อมกับขยิบตาส่งสัญญาณ
นี่คือวิธีแก้ปัญหาที่คลาสสิกและได้ผลที่สุดในวงการนี้
อรวรรณกำแก้วเหล้าแน่นด้วยความลังเล
ถ้าเป็นเมื่อก่อน จะดื่มสักกี่แก้วเธอก็ไม่หวั่น เผลอๆ เธออาจจะชอบดื่มด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้...
แววตาของอรวรรณฉายแววเจ็บปวดลึกๆ
ตับของเธอบอบช้ำอย่างหนักจากการถูกทำร้ายในคุกจนกระอักเลือด การดื่มแอลกอฮอล์ก็ไม่ต่างอะไรกับการราดน้ำมันลงบนกองไฟในร่างกายเธอ
"ไม่เต็มใจ? หรือจริงๆ แล้วเธอไม่คิดว่าตัวเองทำผิดเลยสักนิด?"
เสียงของภาณุราบเรียบแต่บาดลึกราวกับเสียงของมัจจุราช ทำให้เธอหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
หากเธอยังยึกยัก เขาคงไม่ลังเลที่จะส่งเธอกลับไปดัดนิสัยในนรกขุมนั้นอีกครั้ง จนกว่าเธอจะสำนึกได้จริงๆ
อรวรรณไม่มีทางเลือกอื่นหลงเหลืออีกแล้ว
เธอตัดสินใจกระดกแก้วขึ้น ดื่มน้ำเมาสีเข้มรวดเดียวจนหมด
ความรู้สึกแสบร้อนราวกับลาวาลวกไหลผ่านลำคอลงสู่กระเพาะ กัดกร่อนอวัยวะภายในจนปวดร้าว
ใบหน้าของอรวรรณซีดเผือด "ขอโทษค่ะ... ดิฉันผิดไปแล้ว"
ภาณุเอ่ยเสียงเรียบ "ยังไม่พอ"
เขาเคยเห็นอรวรรณดื่ม เหล้าแค่นี้สำหรับเธอ มันก็แค่น้ำล้างคอ
อรวรรณกัดฟันแน่น ข่มความเจ็บปวดที่แล่นพล่าน แล้วรินเหล้าใส่แก้วจนเต็มอีกครั้ง
เธอดื่มไป พร่ำกล่าวคำขอโทษไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เหล้าหมดไปเกือบทั้งขวด แต่คำตอบของภาณุก็ยังคงเป็นคำเดิมที่เย็นชา
"ยังไม่พอ"
ความรู้สึกของอรวรรณเริ่มด้านชา มีเพียงสติสัมปชัญญะเส้นสุดท้ายที่รั้งเธอไว้ เธอยื่นมือที่สั่นเทาไปคว้าขวดเหล้าขวดใหม่ที่เพิ่งเปิด
ภาณุแค่ต้องการทรมานเธอ ถ้าอย่างนั้นเธอก็จะทำให้เขาสะใจไปเลยทีเดียว!
หลังจากคืนนี้ พวกเขาจะได้ไม่ต้องมาข้องเกี่ยวกันอีก
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสขวด มือหนาของใครบางคนก็เอื้อมมาตะปบมือเธอไว้
ตามมาด้วยเสียงยียวนกวนประสาทของ 'ธงชัย'
"ท่านผู้พิพากษาครับ จะทำอะไรเกรงใจกันบ้าง ถ้ามีปัญหาอะไรกับผมก็พูดมาตรงๆ มาลงกับเด็กตัวเล็กๆ แบบนี้มันเสียศักดิ์ศรีนะ"
พูดจบ เขาก็หันมามองอรวรรณ
"ดูท่าทางท่านผู้พิพากษาจะไม่ค่อยปลื้มเธอเท่าไหร่ งั้นก็ดี มานี่สิ มาดูแลฉันแทน"
อรวรรณหลุบตาลง ยอมปล่อยมือจากขวดเหล้าแต่โดยดี
ร่างกายเธอประท้วงอย่างหนักจนแทบรับไม่ไหวแล้ว
เธอไม่รู้ว่าผู้ชายตรงหน้ามาดีหรือมาร้าย และไม่กล้าขยับไปหาเขาจริงๆ ได้แต่รอคำสั่งจากภาณุเท่านั้น
เธอยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ที่เดิม ท่ามกลางสายตาของทุกคนในห้องที่จับจ้องมา
ธงชัยละสายตาจากเธอ แล้วหันไปสบตากับภาณุ
"ท่านผู้พิพากษา คุณทำเด็กของผมกลัวหมดแล้วนะ"
ภาณุมองมือของทั้งสองคนที่ยังแตะกันอยู่ ดวงตาหรี่ลงอย่างอันตราย ภาพตอนที่เดินเข้ามาในห้องผุดขึ้นมาในหัว
เขามองร่างที่คุกเข่าอยู่กับพื้น
เมื่อครู่ยังทำตัวอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมกอดของธงชัยแท้ๆ แต่พอเห็นหน้าเขากลับทำท่าเหมือนเห็นตัวกาลกิณี
พอธงชัยห้ามไม่ให้ดื่ม เธอก็หยุดทันทีอย่างว่าง่าย
อรวรรณที่เชื่องเหมือนสุนัขแบบนี้... มันช่างน่ารังเกียจพิลึก
จู่ๆ ภาณุก็นึกอยากลองดูว่า ต่อหน้าเขา เธอจะกล้าทำอะไรกับธงชัยได้แค่ไหน
"สำนึกผิดไม่เป็น ขอบคุณคนก็ไม่เป็นด้วยรึไง? คุณธงชัยอุตส่าห์ออกหน้าช่วยเธอ เธอควรจะขอบคุณเขาให้งามๆ นะ"
น้ำเสียงออกคำสั่งนั้นชัดเจนว่าเขากำลังหักหน้าธงชัยที่เพิ่งประกาศว่าเธอเป็น "เด็กของผม"
เห็นได้ชัดว่าผู้หญิงคนนี้กล้าฟังคำสั่งของภาณุเพียงคนเดียว จะเรียกว่าเป็นผู้หญิงของธงชัยก็คงไม่ถูก ต้องเรียกว่าเป็นสุนัขรับใช้ของภาณุเสียมากกว่า
อรวรรณไม่มีเรี่ยวแรงเหลือพอที่จะคิดวิเคราะห์ความหมายแฝงในคำพูดของภาณุ เธอทำได้เพียงปฏิบัติตามคำสั่งราวกับหุ่นยนต์
ภาณุสั่งให้ขอบคุณ เธอก็หมุนตัวอย่างเชื่องช้า แล้วใช้เข่าเดินเข้าไปหาธงชัย
"ขอบ..."
ทันทีที่เอ่ยปาก ขาที่คุกเข่ามานานจนชาหนึบก็หมดแรง ร่างบางโซเซจะล้มลง อรวรรณคว้าตัวคนตรงหน้าไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อพยุงตัว
